จากผลการสอน พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ยังมีความสับสนในการคูณทศนิยม เช่น การกำหนดตำแหน่งทศนิยม การแปลผลลัพธ์ และการนำไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์จริง ผู้วิจัยจึงประยุกต์ “กิจกรรมการเลือกซื้อสินค้า” ซึ่งมีข้อมูลราคาที่เป็นทศนิยม ให้ผู้เรียนจำลองสถานการณ์การเป็นผู้ซื้อสินค้า เช่น การคำนวณราคาเมื่อซื้อหลายชิ้น เพื่อพัฒนาทักษะการคิด และเชื่อมโยงการเรียนคณิตศาสตร์กับชีวิตจริง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและยั่งยืน
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการคูณทศนิยมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
เพื่อให้นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้การคูณทศนิยมกับสถานการณ์จริง เช่น การคำนวณราคาสินค้า
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
จำนวน 10 คน
แบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน
เรื่อง การคูณทศนิยม
ใบงานกิจกรรม “เลือกซื้อสินค้าอย่างฉลาด”
แบบสังเกตและประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้
ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อวัดพื้นฐานความเข้าใจ
นำเข้าสู่บทเรียนด้วยภาพสินค้าและราคาทศนิยม
ให้นักเรียนเลือกสินค้า 3–5 รายการ แล้วคำนวณราคาตามจำนวนชิ้น โดยใช้การคูณทศนิย
อธิบายวิธีคิดและตรวจคำตอบร่วมกัน
ให้นักเรียนทำใบงานเสริมเพื่อฝึกทักษะรายบุคคล
ทำแบบทดสอบหลังเรียน
วิเคราะห์ผลเปรียบเทียบก่อน–หลังเรียน แล้วสรุปผล
คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 4 คะแนน เป็น 8 คะแนน
นักเรียนร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
นักเรียนเข้าใจการคูณทศนิยมได้ดีขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้ในการคำนวณราคาสินค้าได้จริง
1. ผลการหาประสิทธิภาพของบทเรียนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบ ผสมผสานที่พัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มนักเรียนที่เรียนด้วยการจำลองสถานการณ์การ เป็นผู้ซื้อสินค้าที่พัฒนาขึ้น โดยใช้แบบสอบถามวัดความถึงพอใจ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนอยู่ในระดับมาก
ภาพกิจกรรม